Recent Articles

Tuesday, December 1, 2015

สุดเศร้า!! ทัวร์สองชั้นกรุงเทพฯ-เชียงใหม่คว่ำตายสยอง

Tuesday, December 1, 2015 - 0 Comments


เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 30 พ.ย. ร.ต.ท.ณรงค์ ตาละอุปละ ร้อยเวร สภ.ไชโย จ.อ่างทอง รับแจ้งเหตุรถบัสประจำทางพลิกคว่ำ มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก เหตุเกิดบนถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพฯ ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 63-64 หมู่ที่ 2 ต.หลักฟ้า อ.ไชโย จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมด้วยทีมแพทย์กู้ชีพ และเจ้าหน้าที่สมาคมวีอาร์กู้ภัยจังหวัดอ่างทอง

 ที่เกิดเหตุพบรถทัวร์ประจำทาง 2 ชั้น สายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ สีฟ้าขาวคาดเหลือง หมายเลขทะเบียน 10-3611 เชียงใหม่ พลิกคว่ำอยู่บนถนน มีผู้บาดเจ็บกระเด็นอยู่นอกรถ นอนร้องครวญครางอยู่หลายราย ส่วนภายในรถมีผู้บาดเจ็บติดทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติติดอยู่ภายในเป็นจำนวนมาก และพบผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในรถอีก 2 ราย เป็นชาย 1 ราย และหญิง 1 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่างช่วยเหลือนำร่างผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตออกมาจากรถ

 ซึ่งผู้บาดเจ็บมีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จำนวน 49 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวลำเลียงส่งตามโรงพยาบาลต่างๆ ในจังหวัดอ่างทอง ซึ่งส่วนใหญ่มีอาการทางกระดูก และมีแผลถลอกตามร่างกาย เบื้องต้นพบอาการสาหัสหลายราย

 ร.ต.ท.ณรงค์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุไม่พบคู่กรณี พบเพียงรถบัสพลิกคว่ำ และจากการสอบถามคนในรถทราบว่า ก่อนเกิดเหตุรถนำผู้โดยสารออกจากเชียงใหม่ มุ่งหน้าจะไปส่งยังกรุงเทพฯ ซึ่งผู้โดยสารที่โดยสารมากับรถส่วนใหญ่จะหลับกันมา ซึ่งคาดว่าเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ คนขับอาจหลับในจนทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำ อย่างไรก็ตาม จะได้สอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากมีผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายในชั้นสองของตัวรถ ซึ่งบางคนเป็นชาวต่างชาติ บางคนเป็นผู้สูงอายุ ซึ่งการปีนออกจากรถทำได้อย่างยากลำบาก ประกอบกับการสื่อสารกับชาวต่างชาติไม่รู้เรื่อง

 ต่อมา ร.ต.ท.พสิษฐพงศ์ สมบูรณ์ดี ร้อยเวร สภ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถกู้ชีพตกคลองมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่คลองชลประทานหมู่ที่ 3 ต.อินทประมูล อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบรถกระบะแวนยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน น-9600 อ่างทอง ซึ่งเป็นรถของสมาคมวีอาร์กู้ภัยจังหวัดอ่างทองและเป็นรถกู้ชีพของโรงพยาบาลโพธิ์ทอง เสียหลักตกลงไปในคลองชลประทาน โดยรับแจ้งจากนายสมนึก สังขวุฒิ เจ้าหน้าที่กู้ภัยซึ่งเป็นเจ้าของรถและคนขับรถ ว่าก่อนเกิดเหตุรถได้นำผู้บาดเจ็บจากเหตุรถบัสประจำทางสายกรุงเทพ-เชียงใหม่พลิกคว่ำ จำนวน 3 ราย ออกจากที่เกิดเหตุมุ่งหน้าไปส่งยังโรงพยาบาลโพธิ์ทอง

 ซึ่งระหว่างมาถึงที่เกิดเหตุรถเกิดเสียหลักตกลงไปในคลอง ตนจึงได้ปีนขึ้นหลังคารถออกมา เพื่อจะมาช่วยผู้บาดเจ็บที่อยู่ด้านหลังรถ ซึ่งขณะนั้นชาวบ้านที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุได้มาช่วย แต่เมื่อเปิดท้ายรถออกมา กลับพบผู้บาดเจ็บเพียง 2 ราย จึงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยคันอื่นรับไปส่งที่โรงพยาบาลก่อน ส่วนผู้บาดเจ็บอีกคนคาดว่าน่าจะกระเด็นออกจากรถ จึงกระจายกำลังออกตามหาบริเวณใกล้เคียง และในน้ำแต่ไม่พบ

 แต่เมื่อตรวจสอบที่ตัวรถอย่างละเอียด ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่ผู้บาดเจ็บจะกระเด็นออก เนื่องจากท้ายรถยังปิดอยู่ และหาทั้งบนบกและในน้ำแล้วก็ไม่เจอผู้บาดเจ็บ จึงคาดว่าอาจจะเป็นไปได้ที่ตอนช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่จุดเกิดเหตุซึ่งมีความชุลมุน และมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก อาจมีการสับสนในการช่วยเหลือ หรืออาจมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยคนอื่นรับตัวไปก่อนแล้ว อย่างไรก็ตาม จะได้ไปสอบถามผู้บาดเจ็บ 2 รายที่นำตัวส่งโรงพยาบาลไปก่อนว่านั่งมา 3 คน หรือ 2 คน แต่เนื่องจากผู้บาดเจ็บกำลังรักษาพยาบาลอยู่ และเป็นชาวต่างชาติจึงทำให้การสื่อสารลำบาก อย่างไรก็ตาม จะหาล่ามไปพูดคุยและสอบถาม ต่อไป

ที่มา: khaosod.co.th/

Sunday, August 23, 2015

คุณเคยโดนบอกเลิกมั๊ย! เชื่อว่าหลายๆคนเคยโดนบอกเลยด้วยประโยคเหล่านี้มาแล้ว ช้ำใจสุดๆ

Sunday, August 23, 2015 - 0 Comments


“ตอนคบกัน มันไม่มีใครอยากเลิกกันหรอก” ประโยคนี้พี่แก้วเชื่อว่าหลายคนเห็นด้วยว่าจริงที่สุด! แต่ทำไงได้ล่ะคะ เวลาเปลี่ยน ใจคนก็เปลี่ยน เมื่อคนหนึ่งตัดสินใจแยกทาง ก็มักจะมีประโยคสุดฮิตแบบเจ็บจี๊ดทิ่มแทงใจ มาใช้เป็นเหตุผลในการเลิกกันเสมอๆ วันนี้พี่แก้วก็เลยรวบรวมประโยคเหล่านั้นมาให้ดูแบบเต็มๆ ใครเคยโดนแบบไหนบ้าง มาดูกันค่ะ

12 ประโยคบอกเลิกยอดฮิต ที่ฟังแล้วช้ำสุดๆ

1. เธอดีเกินไป
มาประโยคแรกนี่ก็เล่นเอาแทบกรี๊ด พี่แก้วขอยกขึ้นหิ้งไว้เป็นตำนานการบอกเลิกที่ไม่เข้าท่าเอาซะเลย แต่ก็มักจะโดนหยิบไปใช้บ่อยๆ จนอยากจะถามเหลือเกินว่า ชอบคนเลวหรือยังไงกันนะ เจอคนดีแล้วไม่เอา พอสุดท้ายก็มานั่งบ่นเหงา ทำไมเราไม่เจอคนดีๆ บ้างเลย เอ้า! ยังไงกันเนี่ย บอกเลยว่าถ้าใครเจอประโยคนี้ ฟันธงลงดาบได้ทันทีว่านี่แค่ข้ออ้างของคนที่หมดใจให้กันเท่านั้นแหละค่ะ

2. ไลฟ์สไตล์ไม่ตรงกัน
อีกหนึ่งประโยคบอกเลิกแบบสวยๆ ที่เอาจริงๆ ถ้าเป็นคนที่เพิ่งจะคบกันไม่นาน เดือนสองเดือน เหตุผลนี้ก็พอรับได้อยู่ค่ะ การใช้ชีวิตของคนสองคนอาจจะต่างกันเกินไป จนปรับเข้าหากันไม่ไหว แต่ก็เห็นบ่อยเหลือเกินกับคนที่คบกันมาเป็นปีๆ แล้วยังบอกเลิกกันด้วยเหตุผลนี้ หลายคนจี๊ดเลยล่ะค่ะ อยากจะถามกลับว่า แล้วที่ผ่านมาคืออะไร?

3. เข้ากันไม่ได้
ประโยคบอกเลิกประโยคนี้ ก็คล้ายๆ ไลฟ์สไตล์ไม่ตรงกันนั่นแหละค่ะ ถ้าจะบอกว่าเข้ากันไม่ได้ในช่วงแรกๆ ที่คบกันก็พอฟังขึ้นอยู่หรอก แต่ประเภทคบกันน้านนานแล้วมาบอกทีหลังว่า เราเข้ากันไม่ได้ นี่รู้ตัวช้าเกินไปหน่อยมั้ยล่ะเนี่ย ‘ทีตอนรักน้ำหมักชีวภาพยังว่าหวาน ทีตอนนี้ทำรำคาญบอกเข้ากันไม่ได้’ ไม่เข้าใจจริงๆ

4. ไม่มีเวลาให้กัน
‘เวลา’ ได้นำพาความรักเข้ามา แล้ว ‘เวลา’ ก็ได้นำพาตัวเธอจากไป... เปิดเหตุผลมาแบบน้ำเน่าหน่อยๆ พี่แก้วเชื่อว่าเรื่องของเวลาและระยะทาง มักจะเป็นปัจจัยหลักที่ทำลายความรักของคนสองคนจริงๆ ค่ะ ก่อนจะเจอกัน รักอาจไม่ต้องการเวลา แต่พอมาคบกันแล้ว ยังไงรักก็ยังต้องการเวลาอยู่ดี เอาเป็นว่า ใครที่โดนบอกเลิกด้วยเหตุผลนี้ ก็คงต้องทำใจ แล้วเดินหน้าต่อไปค่ะ

5. อยากให้เธอเจอคนที่ดีกว่า
คนดีมีมาอีกประโยคแล้วค่ะ ซึ่งแปลง่ายๆ ว่า ไปเหอะ ไปหาคนใหม่เถอะนะ ประหนึ่งขับไล่ไสส่งกันเต็มที่ ฟังกี่ทีก็เจ็บช้ำใจ ไม่ต้องมาบอกให้เราไปหาใครได้มั้ย ในเมื่อใจเราอยู่ที่เธอ พี่แก้วบอกเลยว่า ถ้าหมดรักก็ไม่ต้องมาไล่ เราไม่ได้เลือกรักคนที่ดี แต่เราเลือกรักคนที่คิดว่าใช่ต่างหาก

6. ห่างกันสักพัก
ร้องมาเป็นเพลงของหวายได้เลยกับประโยคนี้ คือฟังดูดีนะคะ เหมือนว่าไม่ได้ขอเลิก แต่อยากให้ได้ใช้เวลาหยุดคิดทบทวนว่ารักกันจริงมั้ย ซึ่งเอาเข้าจริง 90% ของคนที่ขอห่าง มักจะหายไปแล้วไม่กลับมาเลย เหมือนมีคำตอบอยู่แล้วในใจ แค่ไม่กล้าพูดออกไปตรงๆ เท่านั้นเอง

7. ยังไม่พร้อม อยากอยู่คนเดียว
ประโยคที่ดูคลุมเครือนี้ มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะมาเป็นแพ็กคู่กับ ‘ห่างกันสักพัก’ เหมือนมีโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 ยังไงยังงั้น ซึ่งพี่แก้วว่าบางคนก็ไม่ได้มีเจตนาจะขอเลิก แต่คงเจอเรื่องที่เลวร้ายมาจริงๆ จนทำให้ไม่อยากคุย ไม่อยากเจอกับใคร อยากพักใจให้สบาย แต่แหม...คนรักกัน มีอะไรก็น่าจะปรึกษากัน ช่วยเหลือกันได้สิน่า มาบอกแบบนี้ ใจคอไม่ดีเอาซะเลย และเอาเข้าจริง ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะใช้สื่อถึงความหมายที่ว่าเลิกกันนั่นแหละ

8. อ้างคุณพ่อคุณแม่
พ่อแม่ไม่อยากให้มีแฟน พ่อแม่หวง พ่อแม่เราไม่ชอบเธอ โอย...สารพัดจะบอกเพื่อขอเลิกกัน พี่แก้วเชื่อนะคะว่ามีน้องๆ ส่วนหนึ่งที่มีปัญหาความรักกับทางบ้านจริงๆ จนสุดท้ายตัดสินใจเลือกครอบครัวเป็นหลัก แต่ก็มีอีกหลายคนที่อ้างคุณพ่อคุณแม่ ทั้งที่จริงๆ แล้วคุณพ่อคุณแม่ท่านก็ไม่ได้ใจร้าย หากเราสองคนพิสูจน์ตัวเองได้ว่ารักและดีต่อกันจริงๆ จับมือกันก้าวผ่านกันไป เหตุผลนี้ก็จะไม่มีวันเอามาอ้างได้เลยค่ะ

9. กลับมาเป็นเพื่อนกันเถอะ
โหดร้ายมากจริงๆ กับประโยคบอกเลิกประโยคนี้ คนเราคบกันมา ให้ใจกันไปอยู่ดีๆ จะให้กลับมาเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้องเหมือนเมื่อก่อน ใครจะไปทำไหว ใจคนเราไม่ได้เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาง่ายขนาดนั้น เคยมีคนบอกไว้นะคะ คนรักที่เปลี่ยนสถานะกลับมาเป็นเพื่อนสนิทกันได้แบบสนิทใจจริงๆ ถ้าไม่ได้หมดรักกันไปแล้วทั้งคู่ ก็ต้องไม่เคยรักกันมาก่อนเลยนั่นแหละค่ะ

10. เรามีคนใหม่แล้ว
นี่มันประโยคตัดขาดที่ทำคนฟังอึ้งสุดๆ เพราะนอกจากจะขอเลิกแล้ว ยังเป็นประกาศย้ำชัดว่าโนรีเทิร์นแน่นอน โอ๊ย...ฟังดูเห็นแก่ตัวมากๆ แต่ทำไงได้ล่ะคะ ในเมื่อใจเค้าไม่อยู่ที่เราแล้ว จะรั้งไว้ก็ใช่ที่ จะทู่ซี้ต่อไปก็มีแต่เจ็บเปล่าๆ กลับมากอดตัวเอง ตัดใจซะ แล้วเริ่มใหม่กับคนที่ใช่ดีกว่าค่ะ

11. ...(เงียบ)... เจ็บกว่าคำพูดใดๆ คือการไม่พูดอะไรเลย นิ่ง เงียบ แล้วหายไปจากชีวิตเราซะเฉยๆ เฮ้ย! แฟนนะคะ ไม่ใช่เจ้าหนี้ จะมาหนีกันง่ายๆ แบบนี้ได้ยังไง หลายคนอาจจะสงสัยว่ามีจริงเหรอ พี่แก้วบอกเลยว่า มีจริง! และเยอะด้วย คนที่ไม่กล้าแม้แต่จะบอกความจริงกับคนที่ตัวเองเคยรัก เลือกที่จะทิ้งปัญหาไว้กลางทางซะอย่างนั้น ทำเอาอีกฝ่ายทำอะไรไม่ถูก ว่าควรจะรอหรือไปต่อยังไงดี? ใครเจอแบบนี้ พี่แก้วว่าเจ็บสุดๆ เลยค่ะ

12. เราเลิกกันเถอะ
ปิดท้ายประโยคบอกเลิกสุดฮิต คงหนีไม่พ้น ประโยคที่พูดกันตรงๆ ว่าเราเลิกกันเถอะ พี่แก้วรู้นะคะ ว่าไม่มีประโยคบอกเลิกประโยคไหนที่คนฟังจะรู้สึกดีหรอก แต่อย่างน้อย ถ้าใครเจอประโยคนี้ไป ก็ทำใจซะว่า เค้าก็คิดมาดีแล้ว และแมนๆ พอที่จะบอกเรา เจ็บแต่จบ ดีกว่าปล่อยให้ยืดเยื้อ หมดรักแล้วเลิกกัน ก็แค่เสียใจ แต่ถ้ายังฝืนอยู่ต่อไป อาจไม่ใช่แค่เสียใจ แต่เสียดายเวลา

สุดท้าย ไม่ว่าคู่ไหนจะเลิกกันด้วยประโยคใดก็ตาม พี่แก้วขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ อย่าปล่อยให้ความรักมาทำลายชีวิตเรา เสียใจได้ ร้องไห้ได้ ให้น้ำตาชะล้างความรู้สึกแย่ในวันนี้ออกไป แล้วยืดหยัดลุกขึ้นสู้ ทำใจ แล้วไปต่อค่ะ!

น้องๆ คนไหน เคยโดนบอกเลิกด้วยเหตุผลหรือประโยคเด็ดแบบไหนอีกบ้าง ลองมาเล่าประสบการณ์ให้เพื่อนๆ ฟังสิคะ หรือใครที่เพิ่งโดนบอกเลิกมาหมาดๆ จะเข้ามาคุย มาขอกำลังใจ ก็คอมเมนต์มาที่ด้านล่างนี้ได้เลย พี่แก้วยังอยู่ตรงนี้ มีไหล่ว่างๆ ให้ซบได้เสมอนะ


Thursday, July 30, 2015

บทสรุปเศรษฐกิจไทย “ทำใจ” จีดีพีทศวรรษนี้โต 3% มูลค่าส่งออก 4%

Thursday, July 30, 2015 - 0 Comments




เปิดผลการศึกษา “เศรษฐกิจไทยภายใต้บริบทใหม่ : Thailand’s New Normal” สรุปต้อง “ทำใจ” รับทศวรรษนี้จีดีพีโตไม่เกิน 3% และไม่สามารถแก้ความยากจนได้ ส่งออกโตไม่เกิน 4% เพราะมีปัญหาเชิงโครงสร้าง ต้องปรับใหม่หมด เผยไม่ต้องหวังการลงทุนภาครัฐ ภาคครัวเรือนหนี้ยังค้ำคอ ฝากความหวังเอกชนเดินหน้าลุย ลงทุนเลย

นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันอนาคตไทยศึกษา เปิดเผยผลการศึกษาชิ้นล่าสุดเรื่อง “เศรษฐกิจไทยภายใต้บริบทใหม่ : Thailand’s New Normal” ว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวอย่างช้าๆ ในอัตราที่ต่ำลงและช้าลงกว่าเมื่อก่อน เพราะกำลังเข้าสู่บริบทใหม่หรือ “New normal” เช่น เศรษฐกิจไทยจากที่เคยโตเฉลี่ย 5% ในทศวรรษนี้จะเฉลี่ยเหลือ 3% ต่อปีเท่านั้น งบประชานิยมก็กลายเป็นรัฐที่ต้องรัดเข็มขัดมากขึ้น ทิศทางการลงทุนเปลี่ยนไปจากเงินลงทุนจากต่างประเทศ เป็นนำเงินลงทุนไปยังต่างประเทศมากขึ้น ไม่ใช่แค่เศรษฐกิจที่จะโตช้าลง แต่ยังมีมลภาวะมากขึ้นและมีความมั่นคงด้านพลังงานน้อยลง

ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าปัจจัยแวดล้อมต่างๆได้เปลี่ยนไปแล้ว ประชากรไทยเข้าสู่วัยชรารวดเร็วจนกำลังแรงงานแทบไม่เพิ่ม ค่าจ้างโตเร็วจนแซงผลิตภาพการผลิต ทำให้ความสามารถในการแข่งขัน ลดลง เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง หนี้ครัวเรือนที่สูงเกือบ 80% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ทำให้การบริโภคเพิ่มได้ยากอีกพักใหญ่

นอกจากนี้ มีปัญหารายอุตสาหกรรม เช่น อิเล็กทรอนิกส์ที่สูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้เวียดนาม ขณะที่การส่งออกปิโตรเคมีชะลอตัว เพราะลูกค้ารายใหญ่อย่างจีนขยายการผลิตจนกลายมาเป็นผู้ส่งออกเสียเอง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็เจอภาวะอุปทานล้นตลาด โดย 3 ส่วนหลังนี้ที่มีปัญหา คิดเป็นสัดส่วน 16% ของจีดีพี เป็นต้น

ตัวอย่างที่ชัดเจนของโครงสร้างที่เปลี่ยนไปและทำให้เกิดบริบทใหม่ คือการส่งออกที่ชะลอตัว หลายฝ่ายเชื่อว่าเกิดจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทำให้คิดไปว่าน่าจะเกิดขึ้นชั่วคราว แต่ขออย่าไปโทษตลาดโลกมากนัก เพราะในปีนี้ไม่ได้แย่มาก ความจริงการส่งออกมีปัญหาเชิงโครงสร้างด้วยรูปแบบการค้าโลกก็เปลี่ยนไป ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจโลกจะกลับมาโตเท่าเดิม ก็จะไม่ทำให้เกิดการค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นมากเหมือนก่อน

นอกจากนี้ ยังเจอสภาพการแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยสถานการณ์ในเวียดนามตอนนี้กำลังรุ่งเป็นยุคทองเหมือนประเทศไทยในอดีต ที่มีการลงทุนจากต่างประเทศเข้าไป และปัจจัยเฉพาะของประเทศไทย เช่น ปัญหาค่าแรง ได้ส่งผลทำให้ภาคส่งออกที่เคยโต 12% ต่อไปก็จะเหลือไม่ถึง 4% ต่อปีในทศวรรษนี้

ดังนั้น สิ่งที่เราควรทำอย่างแรกคือ “ทำใจ” และมีอย่างน้อยอีก 3 เรื่องที่ต้องทำ คือ

1.อย่ากระตุ้นด้านอุปสงค์หรือการบริโภคมากจนเกินไป เพื่อให้เศรษฐกิจกลับมาโตเหมือนเก่า เพราะศักยภาพของเราได้เปลี่ยนไปแล้ว ความจริงอัตราการเติบโตระยะยาวอยู่แค่ 3% จึงมีสิ่งที่ควรทำมากกว่าการกระตุ้นการบริโภค คือ การเร่งปรับปรุงศักยภาพโดยการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต

2.สร้างระบบความคุ้มครองทางสังคมที่เป็นระบบ ครอบคลุม และครบถ้วน เพื่อไม่ให้เกิดการเยียวยาแบบไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ให้กลายเป็นนโยบายประชานิยมหรือการเรียกร้องเยียวยาที่ไม่มีวันจบ

3.ต้องมุ่งสู่การรวมกลุ่มและทำการค้ากับกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง CLMV ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนามและจีนตอนใต้ ไม่ใช่แค่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ที่ใครๆก็พูดกันจนติดปาก เพราะลุ่มแม่น้ำโขงเป็นพื้นที่ที่เติบโตเร็วมาก และไทยส่งออกสินค้าไปประเทศกลุ่มนี้มากถึง 21,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ใกล้กับที่ส่งออกไปญี่ปุ่น ที่ผ่านมาเราให้ความสำคัญกับการสร้างถนน หรือรางรถไฟเชื่อมกัน แต่ที่จริงควรมุ่งส่งเสริมสิ่งที่จะอำนวยความสะดวกให้เกิดการค้าการลงทุนมากขึ้นด้วย เช่น บริการให้คำปรึกษากฎหมายและภาษี การพัฒนาคนให้มีทักษะต่างๆ ซึ่งรายได้ที่จะมาจากกลุ่มนี้จะช่วยชดเชยรายได้ของการส่งออกที่จะลดลงจากค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 12% ลงมาเหลือ 4% ได้

โดยอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 3%ยังไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาความยากจนได้ ขณะเดียวกัน การถดถอยของเศรษฐกิจไทยก็มาอย่างรวดเร็วเกินไปและมาตอนที่เรายังจนอยู่ ฉะนั้น ภายใต้บริบทใหม่จะต้องหาทางไม่ให้ประเทศไทยจมอยู่แบบนี้ ต้องหาทางเติบโตให้ได้โดยปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมด้วยนวัตกรรมใหม่ ส่วนการลงทุนนั้น การลงทุนของภาครัฐคิดเป็นสัดส่วนแค่ 5% ของจีดีพี จะไปหวังก็ลำบาก ด้านภาคครัวเรือนและการบริโภคยังมีหนี้สินค้ำคอ คงเหลือแต่การลงทุนของภาคเอกชน ที่ขอให้เดินหน้ากันเองโดยไม่ต้องรอรัฐบาล 10 ปีที่ผ่านมามี 4-5 รัฐบาล และเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีไปเป็น 10 ชุดแล้ว ปัญหาก็ยังอยู่ ดังนั้นเอกชนอย่ารอคอยรัฐบาล ขอให้ ทำไปเลย.




ที่มา: thairath.co.th

'ซีทีเอช' ผุดช่องใหม่ แพร่แอนิเมชั่นดังแบบเอชดี ที่แรกในเอเชีย




CTH คว้าลิขสิทธิ์ เปิดช่อง DreamWorks Channel พร้อมแพร่แอนิเมชั่นฮิตในระบบ High Definition เป็นแห่งแรกของเอเชีย ประเดิมออกอากาศ 1 ส.ค.นี้...

บริษัท ดรีมเวิร์กส แอนิเมชั่น เอสเคจี (DWA) จับมือ HBO Asia และบริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการทางด้านสื่อและความบันเทิงแบบครบวงจร เตรียมเปิดตัวช่อง DreamWorks Channel ความบันเทิงของครอบครัว ผ่านซีรีส์การ์ตูนแอนิเมชั่นระดับโลก อาทิ พุซ อิน บูทส์ แมวเจ้าเสน่ห์ ฮีโร่ขนปุย, คิง จูเลียน แก๊งป่วนจากภาพยนตร์ชื่อดังก้องโลก มาดากัสก้า, แจส แมวน้อยขี้สงสัยและผองเพื่อนสุดน่ารัก และทิงกา ทิงกา เทลส์ โดยประเทศไทยได้ลิขสิทธิ์เป็นแห่งแรก จาก 19 ประเทศในเอเชีย ทั้งนี้ ซีทีเอช พร้อมออกอากาศช่อง DreamWorks ในระบบ High Definition หรือ HD ในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ และพร้อมให้เสียงภาษาไทยเต็มรูปแบบ ในวันที่ 1 กันยายน 2558

นายเอริค เอเลนโบเก่น รองหัวหน้าฝ่ายโทรทัศน์ระหว่างประเทศ และ DreamWorks Classic เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่ประเทศไทยได้ลิขสิทธิ์เปิดช่อง DreamWorks Channel อย่างเป็นทางการแห่งแรกในเอเชีย จากทั้งหมด 19 ประเทศ โดยพร้อมเผยโฉมช่อง DreamWorks อย่างเป็นทางการ ผ่านซีทีเอช ซึ่ง DreamWorks ในฐานะที่เป็นศูนย์รวมสุดยอดผลงานแอนิเมชั่นที่มีเนื้อหาสนุกสนานในการเล่าเรื่อง มีตัวการ์ตูนแอนิเมชั่นที่เด็กๆ ชื่นชอบ จึงได้นำจุดเด่นต่างๆ มานำเสนอเรื่องราวสนุกๆ บนแพลตฟอร์ม โดยเชื่อว่าความร่วมมือกับซีทีเอช และ HBO Asia จะมีศักยภาพเติบโตไปอย่างต่อเนื่อง และพร้อมที่จะสร้างความสุขให้กับสมาชิกทุกๆ คนในครอบครัวด้วยความประทับใจ

สำหรับการ์ตูนแอนิเมชั่นภายใต้ลิขสิทธิ์ของ DreamWorks ประกอบด้วยซีรีส์ที่ผลิตเอง อาทิ All Hail King Julien, ที่เป็นผู้นำของเหล่าสัตว์ป่าที่ชื่นชอบปาร์ตี้ จากภาพยนตร์ Madagascar, The Adventures of Puss in Boots, เจ้าแมวเหมียวเซียนฟันดาบที่โด่งดังมาจากเรื่อง Shrek, Dragons: Race to the Edge จากเรื่อง How to Train Your Dragon ที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลก โดยการ์ตูนเหล่านี้มีกำหนดจะเริ่มทยอยเผยแพร่ผ่าน DreamWorks Channel ไปจนถึงช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ และในช่วงต้นปี 2016 DreamWorks มีแผนที่จะเพิ่มซีรีส์ที่ผลิตเองให้มากยิ่งขึ้น โดยจะนำผีน้อยน่ารัก Casper หรือ Casper the Friendly Ghost ตัวละครยอดนิยมออกมาปรากฏ ผ่านเรื่องราวการผจญภัยในซีรีส์ Casper’s Scare School และยังมีซีรีส์ใหม่ Dinotrux แนวแอ็กชั่นผจญภัยกับเหล่าไดโนเสาร์ซึ่งนำเนื้อเรื่องมาจากวรรณกรรมชั้นยอดสำหรับเด็ก นอกจากนี้ DreamWorks Channel ยังได้จัดเตรียมการ์ตูนสนุกให้ครอบคลุมกับเด็กทุกๆ วัย โดยในช่วงเช้าจะเจาะกลุ่มเด็กเล็กที่เรียกว่า DreamWorks Junior เพื่อนำเสนอการ์ตูนแอนิเมชั่นใหม่ๆ เช่น Raa Raa The Noisy Lion และ Guess with Jess ที่เป็นตัวการ์ตูนที่เด็กๆ รักและชื่นชอบ

นายเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ซีทีเอชดีใจที่ได้รับเลือกเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในการเป็นผู้ให้บริการแพร่ภาพออกอากาศช่อง DreamWorks ในระบบ HD แห่งแรกของเอเชีย ในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการโทรทัศน์พันธมิตรของซีทีเอชกับ DreamWorks ครั้งนี้นับเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของซีทีเอชที่ต้องการนำเสนอประสบการณ์บันเทิงอย่างเหนือระดับ ผ่านการ์ตูนแอนิเมชั่นระดับโลกจากช่อง DreamWorks Channel ซึ่งเป็นที่สุดของภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดนิยมเป็นที่แรกในเอเชีย เพื่อให้ทุกครอบครัวมีความสุขอย่างเต็มอิ่ม พร้อมกันนี้ ซีทีเอชได้เตรียม 3 แพ็กเก็จสุดคุ้ม ได้แก่ FAMILY PACKAGE, DREAMWORKS TOP UP PACKAGE, DREAMWORKS TOP UP PACKAGE

นายโจนาธาน สปิ้งค์ ประธานกรรมการบริหาร HBO Asia กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นพันธมิตรกับ DreamWorks และซีทีเอช ที่ได้รับลิขสิทธิ์ในการเปิดช่อง DreamWorks Channel เป็นประเทศแรกในเอเชีย โดย HBO Asia ในฐานะผู้นำการให้บริการด้านความบันเทิงของครอบครัวที่สามารถเข้าถึงผู้ชมอย่างกว้างขวาง ด้วยความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งของพันธมิตรที่ร่วมจับมือในครั้งนี้ ผนวกกับประสบการณ์ในการออกอากาศช่องต่างๆ ของ HBO Asia ทำให้มั่นใจว่า DreamWorks Channel มีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะนำตัวละครตัวโปรดมามอบความบันเทิงให้กับทุกๆ ครอบครัวถึงบ้าน ทั้งนี้ผู้ชมทั่วประเทศสามารถสัมผัสโลกแห่งความสนุกที่ไม่มีวันสิ้นสุดของ DreamWorks ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมนี้ เป็นต้นไป.







ที่มา : thairath.co.th

Tuesday, April 14, 2015

เลขเด็ดอดีตรมต.มาแล้ว '4 หลักสิบ' ตรงหลายสำนัก

Tuesday, April 14, 2015 - 0 Comments



นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com
(แฟ้มภาพ)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (14 เม.ย.) เมื่อเวลา 08.30 น. พล.ต.ต.นิธิพัฒน์ พัฒนถาบุตร ผบก.อก.ภ.5 เปิดเผยว่า ตอนนี้มีบุคคลไปสร้างเว็บไซต์ อ้างว่าเป็นของนายปรีดา พัฒนถาบุตร อดีตรัฐมนตรีพ่อของตน และบอกว่าเป็นเลขเด็ด อ้างดวงดาวโหร ดาราศาสตร์ ทำให้พ่อของตนเครียดมาก ที่มีคนมาแอบอ้างใช้ชื่อท่าน ปลอมแปลงเอาภาพท่านในอดีตมาแปะไว้แล้วใบ้หวย พ่อตนเครียดถึงกับไม่สบายเลย ท่านเป็นห่วงเรื่องนี้มาก ไม่อยากให้เกิดขึ้น เข้าข่ายไปกระทำให้ประชาชนงมงาย
"ขอฝากเตือนไปยังผู้ที่กระทำแบบนี้ ขอให้ลบเว็บไซต์ หรือ เฟซบุ๊ก ที่ปลอมแปลงอ้างชื่อพ่อของผมออกเสีย หากยังไม่ดำเนินการ ผมก็จะแจ้งความเอาผิดใน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ต่อไป" ผบก.อก.ภ.5 กล่าว
ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 5 นายหนึ่ง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ทางตำรวจภาค 5 ได้มีการพูดปากต่อปากแล้ว กรณีเลขเด็ดของพ่อผู้การ อก.5 งวดนี้ เลขเด็ดคือ 4 หลักสิบ และให้เน้น 43 , 46 แต่ที่แน่ๆ เลข 4 เป็นหลักสิบ ควรจะซื้อหวยรัฐบาล เพราะโอกาสเข้าเลขท้าย 3 ตัว และ 2 ตัวสูง ส่วนใครจะเอาไปเล่นเลขท้ายที่ 1 หัวท้าย ก็แล้วแต่เลขที่เหลือก็ไปหาใส่เอาเอง
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ทราบข่าวเรื่องเลขเด็ดของอดีตรมต. เซียนหวยพากันแห่ไปซื้อเลข 43 , 46 เน้นๆ และทราบมาว่างวดที่ผ่านมา งวดวันที่ 1 เม.ย 58 นายปรีดา พัฒนถาบุตร อดีตรัฐมนตรี ท่านก็ถูกเลขท้าย 3 คือเลข 962 และ 861 จำนวน 30 กว่าใบ และเลขเด็ดที่ท่านให้งวดที่ผ่านมา ก็คือ 6 หลักสิบ ก็เข้าเป้าเลขท้าย 3 ตัว ถือว่าเปอร์เซ็นต์เลขเด็ดของอดีตรัฐมนตรีนั้น เข้าเป้า 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งงวดที่จะถึงนี้ เลขเด็ด 4 กับ 6 หลายสำนักก็ให้ตรงกัน รวมทั้งของอดีตรัฐมนตรีด้วย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวสดออนไลน์
รับผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล ตรวจหวย หวย Free คลิก !!





ที่มา:http://hot.ohozaa.com 

นี่คือสิ่งที่ นักข่าว ต้องเผชิญในวันสงกรานต์ ทุกปี ฮาๆ


สวัสดีวันสงกรานต์ ด้วยภาพฮาๆ ของนักข่าวที่ต้องออกไปรายงานภาคสนาม และเจอกับกับคนเล่นน้ำในสถานที่นั้นๆ เลยเกิดภาพความน่าสงสารปนฮาแบบนี้ สู้ๆ นะนักข่าวทุกคน 55555










ที่มา: http://hot.ohozaa.com

ลพบุรีเชิญเที่ยวประเพณีสงกรานต์มอญ


นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

จังหวัดลพบุรีขอเชิญร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์มอญวัดอัมพวัน เพื่อเป็นการบอกถึงชาติพันธุ์ที่มีการอนุรักษ์ไว้อย่างเหนี่ยวแน่น
นายธนาคม จงจิระ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ขอเชิญเที่ยวงานเทศกาลสงกรานต์มอญ ตำบลบางขันหมาก อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ที่ วัดอัมพวัน ซึ่งถือเป็นชุมชนมอญที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดลพบุรีที่ร่วมกันอนุรักษ์และสืบสานประเพณีอันเก่าแก่ของชุมชนไว้
โดยในการจัดงานสงกรานต์มอญของที่นี่จะจัดขึ้นในวันที่ 15 เมษายนของทุกปี ในงานจะมีกิจกรรมและการละเล่นมากมาย เช่น การแต่งกายชุดมอญโบราณ ผู้ชายนุ่งลอยชาย ผู้หญิงสวมเสื้อแขนกระบอก ผ้ากระเข็บ มวยผม คล้องสไบ ใส่ผ้านุ่งกรอมเท้า การจัดขบวนแห่นก แห่ปลา พร้อมร่วมปล่อยปลาหมอคืนสู่แม่น้ำลพบุรี การก่อพระเจดีย์ทราย ไม้คล้ำยันต้นโพธิ์ การละเล่นพื้นบ้าน ทั้งการเล่นโยนลูกช่วง และการเล่นผีต่าง ๆ 5 ชนิด เช่น ผีสุ่ม ผีปลา ผีอึ่งอ่าง เป็นต้น พร้อมร่วมกันสรงน้ำหลวงพ่อขาวพระที่ชาวไทยเชื้อสายรามัญเคารพและนับถือเป็นอย่างมาก ก่อนที่จะมีการร่วมกินขันโตกข้าวแช่โบราณที่หากินไม่ได้นอกจากในงานสงกรานต์มอญเท่านั้นเพื่อสร้างบรรยากาศในวันสงกรานต์ของมอญได้สนุกสนานขึ้น



ที่มา: http://hot.ohozaa.com

เลขเด็ดมาแล้ว!! แห่ชื้อเลขเด็ดอดีตรัฐมนตรีคนดัง คนฮือฮาหลังจากงวดแล้วเต็มๆ มาดูกันงวดนี้เป็นเลขอะไร


ที่มา เดลินิวส์
หวย รมต. วุ่นมือดีผุดเว็บไซต์ปลอมอ้างเป็นอดีต รมต.ปรีดา ใบ้หวย ลูกชายนายตำรวจฉุนลั่นให้หยุดเตรียมแจ้งความจับ ส่วนเลขเด็ด 43 46 ถูกเหมาเกลี้ยงแผงเมืองเชียงใหม่
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 14 เม.ย. พล.ต.ต.นิธิพัฒน์ พัฒนถาบุตร์ ผบก.อก.ภ.5 เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีบุคคลสร้างเว็บไซต์ อ้างเป็นของพ่อตน คือ นายปรีดา พัฒนถาบุตร อดีตรัฐมนตรีหลายสมัย โดยในเว็บได้ใส่รูปภาพบิดาของตนและมีการใบ้เลขหวยให้กับประชาชน ตนอยากบอกว่าเป็นเว็บปลอมที่แอบอ้าง ซึ่งบิดาของตนเป็นห่วงในเรื่องนี้มาก อยากฝากเตือนไปยังประชาชนด้วยและขอให้กลุ่มคนที่ทำขึ้นมาหยุดการกระทำด้วย ซึ่งจะมีการแจ้งความเอาผิดใน พรบ.คอมพิวเตอร์ เพื่อดำเนินการต่อกลุ่มบุคคลนี้ต่อไป สำหรับการให้หวยนั้นบิดาของตนเพียงแค่คำนวนเล่นๆ ตามหลักโหราศาสตร์ คำนวนดวงประกอบการเมืองแล้วมาบอกลูกหลานให้ไปซื้อหากัน ส่วนตนก็มาบอกต่อๆ กับลูกน้อง ไม่ได้อยากให้เป็นข่าว ไม่ได้ต้องการให้คนงมงายในการพนัน สำหรับเลขงวดนี้ บิดาของตนให้เลข 4 หลักสิบ


ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ในสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 และเกือบทุก สภ.ในเขตภาคเหนือตอนบนได้มีการพูดกันปากต่อปาก ถึงเลขเด็ดงวดนี้ ที่บิดา ผบก.อก.ภ.5 ได้ทำการคำนวน แล้วออกมาที่เลข 4 หลักสิบเพราะงวดที่ผ่านก็มีการให้ เลข 6 หลักสิบเน้น 61 และ 62 ก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกเลขท้ายสามตัวกว่า 100 นาย รวมถึงผู้สื่อข่าว และตัวท่านปรีดา พัฒนถาบุตร อดีตรัฐมนตรีท่านก็ถูกเลขท้าย 3 คือเลข 962 และ 861 จำนวน 30 กว่าใบ ซึ่งเลขเด็ดของอดีตรัฐมนตรีงวดนี้มีนักเสี่ยงโชคไปทำการกวาดซื้อหวยเลข 4 หลักสิบจนเกลี้ยงแผง โดยให้เน้น 43 และ 46 จากการสำรวจตามแผงหวยต่างๆ ทั่วจังหวัดเชียงใหม่ ก็มีคนนิยมซื้อเลขเด็ดอดีตรัฐมนตรีจนเกลี้ยงแผงขายทั่วเชียงใหม่ นอกจากนั้น ยังมีเลขมงคลอื่นๆ ที่ประชาชนนิยมซื้อเช่นเลข 720 ซึ่งเป็นเลขอายุครบของเมืองเชียงใหม่ที่ก่อตั้งมา..




ที่มา: http://hot.ohozaa.com

ชาวสุรินทร์ร่วมสรงน้ำพระพุทธรูปองค์ใหญ่


นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com

ชาวสุรินท์ชายแดนไทย-กัมพูชา ร่วมสรงน้ำพระพุทธรูปองค์ใหญ่ เล่นน้ำจากรถดับเพลิง ช่วยสร้างสีสันช่วงสงกรานต์
ชาวบ้านชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ ต.เทพรักษา อ.สังขะ จ.สุรินทร์ ต่างพากันมาร่วมพิธีสรงน้ำพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ภายในวัดพระธาตุเสด็จ 72 พรรษา บ.ตาพราม ต.เทพรักษา อ.สังขะ จ.สุรินทร์ กันอย่างคึกคักและอบอุ่นเนื่องในวันสงกรานต์ และสรงน้ำพระพุทธรูปด้วยการใช้รถบรรทุกน้ำดับเพลิง ของ อบต.เทพรักษา
โดยมี นายเต็ม สามสี นายก อบต.เทพรักษา ขึ้นไปใช้หัวฉีดดับเพลิงฉีดน้ำใส่พระพุทธรูปเพื่อทำพิธีสรงน้ำพระ พร้อมกับชาวบ้านที่ต่างเรียงแถวกันทรงน้ำพระสงฆ์ สามเณรกันอย่างอบอุ่น และถูกฉีดน้ำใส่จากรถดับเพลิงเพื่อเล่นน้ำสงกรานต์และคลายความร้อนในช่วงกลางวันได้เป็นอย่างดี สร้างสีสันให้กับวันสงกรานต์ชาวบ้านชายแดนไทย-กัมพูชาในปีนี้





ที่มา: http://hot.ohozaa.com

Subscribe

Donec sed odio dui. Duis mollis, est non commodo luctus, nisi erat porttitor ligula, eget lacinia odio. Duis mollis

© 2013 Do Asia. All rights reserved.
Designed by SpicyTricks